HOME | CONTACT US | SOLUTION | DOWNLOAD | NEWS & EVENT | PROFILE | WEBBOARD | PARTNER | SUPPORT | SUCCESS STORY  
 
NEWS & EVENT
News
  Event
  Promotion
  Mass Media
  Biz vision
BIZ VISION 2006  
   
  อนาคตอุตสาหกรรมไทยภายใต้เงา  
  FTA  
     
 
ในปัจจุบันคงไม่มีใครที่จะปฎิเสธได้ว่า เศรษฐกิจการค้าของโลกกำลังเดินหน้าเข้าไปสู่ระบบการค้าเสรีมากขึ้นเรื่อยๆ และอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าการเจรจาการค้าในกรอบเวทีขององค์การค้าระหว่างประเทศ (WTO) จะไม่มีแนวโน้มของความคืบหน้า และไม่ส่อแววของความสำเร็จแต่ประการใดในระยะเวลาอันใกล้นี้ก็ตาม ทั้งนี้เนื่องจากความแตกต่างของสภาพทางเศรษฐกิจและการพัฒนาที่ต่างกันมากในมวลหมู่สมาชิก ส่งผลทำให้ความสนใจ ผลประโยชน์ และความต้องการทางการค้าของประเทศต่างๆ แตกต่างกันมากจนยากและแทบจะไม่มีทางเป็นไปได้ ที่จะสร้างกรอบและกติกาความตกลงที่สามารถก่อให้เกิดเงื่อนไขที่ได้ประโยชน์ทุกประเทศ (win-win) ได้ หรืออย่างน้อยในเวลาอันใกล้นี้
 
 
เหตุผลทางเศรษฐกิจที่สำคัญก็คือ ก็เพื่อสร้างความได้เปรียบในเชิงเปรียบเทียบกับสินค้าของตนเอง เหนือประเทศคู่แข่งในตลาดประเทศที่ตนเองทำความตกลงด้วย เพราะสินค้าของตนเองจะเข้าตลาด ได้มากขึ้นเนื่องจากไม่ต้องหรือเสียภาษีศุลกากรน้อยกว่าและสะดวกกว่า รวมทั้ง การเข้าสู่ตลาดก่อน คู่แข่งถือว่ามีความได้เปรียบในระดับแรก เนื่องสามารถเป็นที่รู้จักและสร้างฐานลูกค้าและเครือข่าย การค้าไว้แล้ว ผู้มาใหม่ ต้องออกแรงและลงทุนมากกว่าปกติเพื่อจะเข้ามาแข่งทีหลัง
ดังนั้นหลายประเทศจึงต้องเร่งทำความตกลงกับประเทศต่างๆ ให้มากและเร็วที่สุดที่จะทำได้ โดยเฉพาะ ประเทศที่จะเป็นหรือมีศักยภาพที่จะเป็นตลาดสินค้าที่สำคัญของตนเอง และยิ่งประเทศต่างๆ เข้าสู่การ เจรจาการค้าเสรีมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ความจำเป็นของประเทศ ต้องมีความตกลงการค้าเสรีกับ ประเทศอื่นๆ มากขึ้นเท่านั้น เพื่อให้ไม่เสียเปรียบในการแข่งขันกับประเทศคู่แข่งในตลาดที่สำคัญ
 
 
ความก้าวหน้าและการขยายขอบเขตความตกลงของ FTA ในปัจจุบันมีการพัฒนาออกไปไกลกว่า เฉพาะการสร้างความสะดวกในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันเท่านั้น แต่จะครอบคลุมประเด็นที่สำคัญที่คู่เจรจาทุกฝ่ายพอใจ ตั้งแต่การลงทุน การบริการ และการพัฒนาด้านต่างๆ ร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจคู่สัญญาจะสามารถได้ประโยชน์จากข้อตกลงดังกล่าวได้อย่างเต็มที ซึ่งมักจะเรียกกันว่า ความร่วมมือใกล้ชิดทางเศรษฐกิจหรือ พันธมิตรทางเศรษฐกิจ (Close Economic Partnership หรือ CEP) เพราะฉะนั้น ประเด็นต่างๆ ทั้งหมดจะมีการผูกโยงเข้าหากันในกระบวนการต่อรอง และจะมีการแลกเปลี่ยนกันข้ามสาขาเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดของแต่ละฝ่าย
 
  โอกาสที่ต้องสร้าง  
จากที่กล่าวข้างต้นทั้งหมดนั้น เป็นเพียงสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในระยะสั้นในกระบวนวิวัฒนการของโลกที่ก้าวเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจที่ไร้พรมแดน มากขึ้น และประเทศไทยก็คงไม่อาจจะสามารถฝืนกระแสโลกได้ เหลือเพียงแต่ว่าภาคอุตสาหกรรมไทยจะวางแนวทางเพื่อให้ตัวเองมีความ พร้อมและสามารถทำให้ตนเองดำรงอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีการแข่งขันที่รุนแรงได้อย่างเต็มที่
แนวทางการปรับตัวที่สำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทยเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากสภาพดังกล่าวได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากที่สุด คือ
1. พัฒนาคุณภาพสินค้าเข้าสู่มาตรฐานสากลให้เร็วที่สุด เพราะผลของการเจรจาการค้าเสรีมาตรการที่จะเป็นด่านที่สำคัญท ี่ อุตสาหกรรมไทย จะฝ่าเข้าไปในตลาดประเทศคู่ค้าที่เหลืออยู่จะเป็นมาตรการที่มิใช่ภาษีศุลกากร เช่น มาตรฐานสินค้า และเงื่อนไขด้านมนุษยธรรม ฯลฯ ดังนั้น FTA จะต้องช่วยสร้างโอกาสเพื่อให้เกิดความร่วมมือกับประเทศคู่เจรจาเพื่อยก ระดับการพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานที่คู่ค้าต้องการจะเป็น โอกาสที่ทำให้อุตสาหกรรมไทยเร่งการพัฒนาคุณภาพเข้าสู่ มาตรฐานสากลสำหรับประเทศอื่นๆ
2. สร้างความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า เพื่อลดความสามารถในการทดแทนของสินค้าอื่นๆ การสร้างเอกสักษณ์อาจจะมา จากทั้งภาพลักษณ์ของ สินค้าในความรู้สึกของผู้บริโภค (consumer’s perception) ซึ่งหมายรวมถึงการสร้างแบรด์ หรือ การพัฒนา นวัตกรรม และการสร้างสรรที่ทำให้ สินค้าแตกต่างจากสินค้าจากต่างประเทศ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นจากสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ไม่มีภาษีศุลกากร
3. ใช้ FTA สร้างโอกาสในการพัฒนาประสิทธิภาพ ภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมไทยในตลาดโลก และสร้างความสามารถในการแข่งขัน จากจุดเด่นของประเทศคู่เจรจา โดยอาศัยการเรียนรู้ผ่านการสร้างเครือข่ายพันธมิตร
4. การใช้ประเทศคู่เจรจาเพื่อเป็นประตูระบายสินค้าสู่ประเทศอื่นๆ ที่ประเทศคู่เจรจาเป็นสมาชิกกลุ่มการค้าประเทศจะต้องเร่งสร้างศักยภาพ ของนักลงทุนในต่างประเทศ การสร้างผู้ค้าระหว่างประเทศ หรือเครือข่ายการพัฒนาร่วมกันในประเทศคู่เจรจาเพราะไม่เช่นนั้นแล้วสินค้าไทย จะไม่สามารถผ่านด้านกฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าในกลุ่มเศรษฐกิจนั้นๆ ได้
5. การเตรียมสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและเงื่อนไขทางธุรกิจที่เอื้อต่อการแข่งขันของภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโครงสร้างภาษีต่างๆ ภายในของประเทศที่ไม่ส่งผลทำให้ภาระภาษีที่เกิดกับผู้ผลิตภายในประเทศสูงกว่าสินค้านำเข้า ในปัจจุบันกระทรวงการคลังได้กำหนดกรอบ โครงสร้างภาษีศุลกากร 1, 5, 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับสินค้าที่เป็นปัจจัยการผลิต สินค้าขั้นกลาง และสินค้าสำเร็จรูปตาม
6. พัฒนาการผลิตให้ครอบคลุมกระบวนการผลิตให้มากที่สุด รวมทั้งการสร้างมูลค่าเพิ่มในประเทศให้มากขึ้น เพื่อให้อุตสาหกรรมไทย สามารถขจัดปัญหาและเงื่อนไขของกฏว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้าใน FTA ที่นับวันจะเป็นเงื่อนไขที่รุนแรงและซับซ้อนมากขึ้นทุกวัน รวมทั้ง การใช้ประโยชน์จาก FTA ที่ประเทศทำกับประเทศต่างๆ หลายฉบับให้มากที่สุด
โลกที่ก้าวไปสู่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจใหม่เป็น การท้าทายศักยภาพและความสามารถ ของผู้เกี่ยวข้องของภาคอุตสาหกรรมไทยทุกส่วนทั้งในภาครัฐและเอกชน ประตูแห่งโอกาส ที่เปิดพร้อมกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา รวดเร็ว และในทุกย่างก้าวธุรกิจ ทำให้ การวางยุทธศาสตร์ในการปรับเปลี่ยน และการสร้างความพร้อมให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย เพื่อให้สามารถได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรี การค้าจำต้องเป็นไปอย่างชาญฉลาดและ ทันการณ์ การอาศัยความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบที่ชัดเจน การวางกลยุทธ์ที่เป็น Globally Strategy ที่อาศัยจุดเด่นและความเก่งกาจของผู้อื่นมาเสริมความสามารถในการ แข่งขันให้กับตนเอง รวมทั้งการวางสภาพแวดล้อม และเงื่อนไขต่างๆ ที่เอื้อต่อธุรกิจของ ผู้ประกอบการไทยอย่างมีวิสัยทัศน์ของภาครัฐ ที่จะช่วยให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถใช้ ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มประสิทธิภาพ
ตัดตอนจาก : บทวิเคราะห์อนาคตอุตสาหกรรมไทยภายใต้เงาเอฟทีเอ กองเศรษฐกิจอุตสาหกรรมระหว่างประเทศสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)
  SOLUTION
อุตสาหกรรมอาหารและเคมี
  อุตสาหกรรมก่อสร้าง - BOQ
  BI Solution
Online Solution
  ERP Solution
  Accounting Solution
  MRP Solution 
  HR Solution
  Mobile Solution  
  POS Solution
  CRM Solution
  Free Download
 
Home | Contact Us | Solution | Download | News & Event | Profile | Webboard | Partner |
Support
|
Success Story
Contact : 662-732-1800 คุณดวงฤทัย 662-732-1900 คุณเปรมกมล
Email : MDK@CRYSTALFORMULA.CO.TH , MDM@CRYSTALSOFT.CO.TH
© Copyright 2007 CRYSTAL SOFTWARE GROUP All Rights Reserved.
 
Software Yes
”สมาคมอุตสาหกรรมซอฟท์แวร์ไทย จัดโครงการ Buy Thai First หรือ “เชื่อไทย ซื้อไทย” โดยมอบตราสัญลักษณ์ Software Yes  เพื่อรณรงค์ให้คนไทยใช้ซอฟต์แวร์ไทยมากขึ้น โดยมอบให้ผู้ประกอบการซอฟท์แวร์ไทย ที่ผ่านการคัดเลือก”
Thai Quality
Software
Thai Quality Soft
ATSI