HOME  หน้าแรก    แนะนำแหล่งท่องเทียวยั่งยืน   การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์


ห้วยสะพาน
ชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการเป็นชุมชนอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี เป็นแหล่งศึกษาดูงานเรื่องป่าชุมชนที่สำคัญแห่งหนึ่ง

 ข้อมูลพื้นฐาน
          ข้อมูลทั่วไป
          ประวัติความเป็นมา

 ข้อมูลเพื่อการท่องเที่ยว
          แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียง
          ของฝากของที่ระลึก
          ที่พัก
          สถานที่ท่องเที่ยว
          กิจกรรมท่องเที่ยว/กิจกรรมประจำปี
          การเดินทาง
        

 ข้อมูลพื้นฐาน
อาณาเขตติดต่อ
 
ทิศเหนือ          ติดกับตำบลห้วยกระเจา อำเภอห้วยกระเจา และตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
ทิศใต้             ติดกับตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน และตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี
ทิศตะวันออก     ติดกับตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
ทิศตะวันตก       ติดกับตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง และ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอยกาญจนบุรี ตำบลหนองโรง 

    ตั้งอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอพนมทวน มีจำนวนหมู่บ้านทั้งสิ้น 17 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 บ้านหนองกระจันทร์, หมู่ที่ 2 บ้านห้วยสะพาน, หมู่ที่ 3 บ้านหนองโรง, หมู่ที่ 4 บ้านหลุมหิน, หมู่ที่ 5 บ้านห้วยด้วน, หมู่ที่ 6 บ้านนาพระยา, หมู่ที่ 7 บ้านวังรัก, หมู่ที่ 8 บ้านรางยอม, หมู่ที่ 9 บ้านใหม่ หมู่ที่ 10 บ้านหลุมหินเหนือ หมู่ที่ 11 บ้านดอนเจริญ หมู่ที่ 12บ้านรางขบ หมู่ที่ 13 บ้านบ่อหว้าน้อย หมู่ที่ 14 บ้านดงพัฒนา หมู่ที่ 15 บ้านหนองเสาธง หมู่ที่ 16 บ้านบำรุงรักษ์ หมู่ที่ 17 บ้านหนองสำโรง

ลักษณะทางภูมิประเทศ

    มีสภาพภูมิประเทศเป็นที่ราบ และที่ราบเชิงเขาสลับกับเนินลูกฟูกทางด้านทิศเหนือ ที่ราบสลับกับที่ราบลุ่ม และพื้นที่ดอน มีหนองน้ำ ทางด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ และที่ราบลุ่มสลับเนินเขาเตี้ย ๆ ทางด้านทิศตะวันตก โดยพื้นที่หมู่ 2 บ้านห้วยสะพานมีพื้นที่ติดกับป่าชุมชน และป่าสงวน ดินที่พบนั้นมีลักษณะเป็นดินปนทราย ทำให้ป่าไม้ที่เกิดในลักษณะดินแบบนี้มักพบเป็นป่าไม้เบญจพรรณ คือ ป่าเต็งรัง ในพื้นที่ 4 หมู่บ้านมีพื้นที่ทั้งหมด 14,826 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัย 2,872 ไร่ พื้นที่ทำการเกษตร 5,834 ไร่ และพื้นที่สาธารณะ 6,092 ไร่

จำนวนประชากร 

    จำนวนประชากรในเขต อบต. 6,439 คน และจำนวนหลังคาเรือน 1,374 หลังคาเรือน

ข้อมูลอาชีพ 

    อาชีพหลัก ทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ ค้าขาย อาชีพเสริม รับจ้าง

 ประวัติความเป็นมา 
ชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคีมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักจากการเป็นชุมชนอนุรักษ์ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี เป็นแหล่งศึกษาดูงานเรื่องป่าชุมชนที่สำคัญแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีประวัติศาสตร์การเรียกร้องสิทธิการจัดการป่ามาอย่างยาวนาน จากการพัฒนาป่าชุมชนส่งผลให้ชุมชนมีจิตสำนึกในการพัฒนา นำไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน เกิดกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายและน่าสนใจ โดยทั้งหมดยึดโยงอยู่กับการคงอยู่ของป่าชุมชน ด้วยความร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าชุมชนของชาวบ้านทุกคน ส่งผลให้ชุมชนได้รับการยอมรับและได้รับรางวัลต่าง ๆ มากมาย ดังนี้

พ.ศ. 2542  รางวัลป่าพื้นบ้าน อาหารชุมชนดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2542 จากกรมป่าไม้
พ.ศ. 2543  รางวัลชนะเลิศ “ตำบลเขียวขจีดีเด่น” จากมูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ กระทรวงมหาดไทย
พ.ศ. 2544  รางวัลชมเชย โครงการประกวด “ป่าชุมชนดีเด่น” ประเภทป่าบก จากกรมป่าไม้
พ.ศ. 2547  รับเกียรติบัตรโครงการวิจัยระดับดีเด่น จากเครือข่ายงานวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏ
พ.ศ. 2548  รางวัลชนะเลิศโครงการประกวดหมู่บ้านดีเด่นในการให้ความร่วมมือป้องกันไฟป่า 

จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 

 รับโล่และรางวัลประเภทชุมชน รางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 7 จากปตท.
 รับโล่และรางวัลประเภทกลุ่มเยาวชน รางวัลลูกโลกสีเขียวครั้งที่ 7 จากปตท.
 
 

 ข้อมูลเพื่อการท่องเที่ยว

 
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง โบราณสถานบ้านดอนเจดีย์ อยู่ในเขตอำเภอพนมทวนที่บ้านดอนเจดีย์ หลังโรงเรียนวันทุ่งสมอ กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจเมื่อปี พ.ศ. 2525 ได้พบโครงกระดูกในบริเวณนี้หลายร้อยโครง ตลอดจนดาบโบราณ กรามช้าง และเครื่องม้า ฯลฯ เป็นจำนวนมาก และซากเจดีย์สมัยกรุงศรีอยุธยาอยู่ด้วย จึงสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นเจดีย์ยุทธหัตถีที่แท้จริง แต่ยังหาหลักฐานยืนยันไม่ได้

 ของฝากของที่ระลึก ผลิตภัณฑ์ของฝากและของที่ระลึกที่จะนำติดไม้ติดมือกลับบ้านไปฝากได้นั้นเป็นสินค้าท้องถิ่น ผลิตจากฝีมือชาวบ้าน เช่น ข้าวเกรียบสมุนไพร ดอกไม้ประดิษฐ์จากดินหอม ขนมทองพับ ทองม้วนเนื้อตาล ตอไม้ประดิษฐ์ประดับนกสำลี เก้าอี้ก้านตาล เปลไม้ไผ่ หมวกก้านมะพร้าว กำไลและแหวนจากกระเถาวัลย์ทอง เครื่องประดับนิล แคบหมู ผ้าไหมแพร น้ำพริก 

   

 
ที่พักและโฮมสเตย์ ปัจจุบันชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคีมีบ้านพักที่พร้อมจะเปิดเป็นโฮมสเตย์ทั้งหมด 35 หลัง ที่ผ่านมาผู้ที่มาพักโฮมสเตย์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มศึกษาดูงาน นักศึกษาที่เข้ามาทำงานวิจัยชุมชนและฝึกภาคปฏิบัติ แต่ก็เปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวเช่นกัน 

 

 
สถานที่ท่องเที่ยว  ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี 

    ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี แหล่งเรียนรู้ในเขตโรงเรียนวัดห้วยสะพาน ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เป็นป่าเต็งรังผสมเบญจพรรณ พบพันธุ์ไม้ที่มีเนื้อไม้ 30 วงศ์ 55 สกุล 69 ชนิด มีพื้นที่ 1,008 ไร่ อาณาเขตด้านทิศเหนือติดกับป่าสงวนแห่งชาติป่าหนองโรง ทิศใต้ติดกับวัดห้วยสะพาน ส่วนทิศตะวันออก และทิศตะวันตกติดกับที่ดินทำกินของชาวบ้าน 

   

    
    แต่เดิมป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคีมีชื่อเรียกว่า “ป่ารังหนา” โดยเรียกชื่อตามชื่อป่าที่ชาวบ้านเคยเรียก มีพันธุ์ไม้นานาชนิด มีสัตว์ป่ามากมาย ตลอดจนพืชสมุนไพรจำนวนมาก นับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณปี พ.ศ.2481 เป็นต้นมา บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลง ป่าไม้ถูกทำลายลงไปมาก ได้มีการนำไม้ไปใช้ประโยชน์ในการทำที่อยู่อาศัย ทำเชื้อเพลิงหุงต้ม ทำเชื้อเพลิงในโรงงานกระดาษ ทำหมอนรถไฟจากจังหวัดกาญจนบุรีไปประเทศพม่า ตลอดจนการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแคว เป็นต้น ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 - 2616 มีการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมาหลายแห่ง เช่น โรงงานน้ำตาล โรงงานแป้งมันสำปะหลัง มีนายทุนเข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกอ้อยและมันสำปะหลัง และขยายพื้นที่อย่างรวดเร็วทำให้เกิดความแห้งแล้งในพื้นที่ ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เรียกว่าเป็นช่วงเวลาวิกฤติที่ชาวบ้านห้วยสะพานสามัคคีเริ่มตระหนักถึงอนาคตวันข้างหน้า เพราะจากที่เคยมีน้ำใช้ตลอดปีต้องไปหาบน้ำจากหมู่บ้านทุ่งสมอ ที่อยู่ห่างออกไป 2 กิโลเมตร มาใช้อุปโภคบริโภค ด้วยจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ความแห้งแล้ง และสภาพป่าเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ นี้เอง ทำให้ชาวบ้านในชุมชนได้ร่วมกันแก้ปัญหาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อมรอบผืนป่าห้วยสะพานอย่างจริงจัง 
 
    การฟื้นฟูนั้นไม่อาจทำให้ป่าสมบูรณ์ได้ดังเดิมภายในระยะเวลา 1 – 2 ปี หากต้องใช้เวลายาวนานเกือบชั่วอายุคนในการฟื้นฟูป่า ชาวบ้านจึงปลูกฝังให้คนรุ่นใหม่ให้มีจิตสำนึกที่จะรักผืนป่า อนุรักษ์ป่าไม้ และร่วมด้วยช่วยกันในการฟื้นฟูป่าห้วยสะพาน เรียกว่าเป็นวิธีการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนคือ สร้างให้เกิดความรักและอยากจะอนุรักษ์ และด้วยขั้นตอนนี้ ปัจจุบันป่าห้วยสะพานจึงคืนกลับเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ หลากหลายด้วยนานาพันธุ์ไม้ จนกลายเป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติให้กับหน่วยงานและองค์กรที่สนใจจะศึกษาด้านธรรมชาติ รวมถึงเป็นตัวอย่างให้อีกหลายชุมชนในการอนุรักษ์ป่าไม้อย่างยั่งยืนอีกด้วย หากสนใจเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เรียนรู้พืชพรรณไม้ และศึกษาวิถีชุมชน สามารถติดต่อได้ที่ นายประยงค์ แก้วประดิษฐ์ เลขที่ 49 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี 71140 โทร. 08 9836 7223 

    สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยว เมื่อมาถึงชุมชนห้วยสะพาน นักท่องเที่ยวจะได้ชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ ได้เห็นวิธีการทำข้าวเกรียบสมุนไพรที่มีสีรุ้งสวยสดใส แถมยังมีรสชาติกรอบ อร่อย และราคาถูก เรียกว่าสามารถซื้อข้าวเกรียบที่ทอดเองกับมือ เป็นของฝากได้ด้วยราคาชาวบ้านที่ไม่แพงมากนัก และยังได้เรียนรู้การทำอุตสาหกรรมครัวเรือน เช่น การทำแคบหมู การทำขนมตาล เพราะบริเวณนี้เต็มไปด้วยต้นตาล ซึ่งใช้ประโยชน์จากตาลมากมาย ได้แก่ ใช้กากมาทำเป็นรังให้นก ใช้กะลาเป็นของตกแต่งบ้าน เรียกว่าชาวบ้านห้วยสะพานสามารถใช้ประโยชน์จากต้นตาลได้อย่างเกิดประโยชน์สูงสุด และยังจะได้เห็นการทำทองพับ ซึ่งเป็นขนมไทยโบราณที่แม้ว่าจะทานยากแต่ไม่ค่อยได้มีโอกาสเห็นขั้นตอนการทำ นอกจากนี้ ชุมชนยังจัดเตรียมเครื่องดนตรีไทยไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองเล่น เรียกว่าเป็นการสืบสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างครบถ้วน ซึ่งด้วยวิถีชีวิตเหล่านี้นักท่องเที่ยวจะได้พบ สัมผัส ทดลองทำ ถือเป็นการท่องเที่ยวแนวใหม่ที่สร้างสรรค์อย่างมาก

สระบัวหรือสระวัดห้วยสะพาน 

    สระน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของชุมชน สระแห่งนี้ชาวบ้านในชุมชนร่วมกันขุด เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงหน้าแล้ง ผ่านการขุด และปรับปรุงหลายครั้ง จนในปี พ.ศ. 2540 ขุดให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ขนาดของสระมียาว 125 เมตร กว้าง 170 เมตร ลึกประมาณ 15 เมตร กินเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ 2 งาน ในช่วงฤดูฝนสระน้ำจะทำหน้าที่เก็บกักน้ำฝนที่ไหลลงมาจากป่าชุมชน ซึ่งแต่ละปีน้ำฝนจะมีปริมาณมากพอที่ชาวบ้านจะใช้อุปโภค และบริโภค นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งขยายพันธุ์สัตว์น้ำ โดยมีบัวหลวงวงขึ้นปกคลุมทั่วสระน้ำ ด้วยสภาพนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ทำให้ที่นี่เหมาะต่อการเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเป็นแหล่งอาหารของนกหลากหลายชนิด เช่น นกเป็ดน้ำ นกกระยาง นกกระสา นกเขา นกพิราบ เป็นต้น



น้ำตกหัวหินหรุกหริก

    น้ำตกหัวหินหรุกหริกเกิดขึ้นเฉพาะช่วงประมาณปลายหน้าฝนและฤดูหนาว น้ำตกแห่งนี้เป็นสายน้ำเล็ก ๆ สีม่วงอ่อน ๆ ที่ไหลมาจากป่าชุมชน ภายใต้สายน้ำสีม่วงนี่เองจะมีผลึกแก้วเล็ก ๆ สะท้อนแสงไหลมากับสายน้ำ นับเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่แปลกตาและหาชมได้ยากของชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี

วัดห้วยสะพาน 

    ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 เป็นวัดเก่าแก่ประจำชุมชน ไม่มีประวัติการก่อสร้างปรากฏแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 217 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนและได้รับ “วิสุงคามสีมา” ในปี พ.ศ. 2329 มีพื้นที่ธรณีสงฆ์รวมประมาณ 106 ไร่

 


วัดคงคา 

    ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 เป็นวัดเก่าแก่ ไม่ทราบอายุที่แน่นอน ปัจจุบันชาวบ้านได้ร่วมกันปฏิสังขรณ์แต่ยังไม่แล้วเสร็จ มีพระจำพรรษาจำนวน 5 รูป

เจดีย์เก่า 

    ตั้งอยู่หมู่ที่ 9 ใกล้วัดคงคาเป็นเจดีย์เก่าแก่ เป็นเจดีย์คู่ สันนิษฐานว่ามีความเกี่ยวข้องกับแม่ทัพนายกองในสมัยโบราณ เพราะบริเวณใกล้เคียงพบโบราณวัตถุทางการทหาร ปัจจุบันเจดีย์สภาพทรุดโทรมมากและยังไม่มีการขุดค้นและสืบหาประวัติทางโบราณคดีอย่างจริงจัง
   กิจกรรมท่องเที่ยว/กิจกรรมประจำปี  เดินป่าและเรียนรู้เรื่องการจัดการป่าชุมชน 

    เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงจะได้ความรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของป่าชุมชน และการบริหารจัดการป่าตามแบบอย่างของชาวบ้าน รวมถึงได้ชมความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติของพื้นป่า โดยคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคีเป็นผู้ให้ความรู้เรื่องประวัติความเป็นมาของป่าชุมชนและการบริหารจัดการป่า
 
เยี่ยมชมกลุ่มอาชีพและช้อปของฝาก

    เพราะความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติของชุมชนห้วยสะพาน ชาวบ้านจึงนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาทรัพยากร เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงจะได้เรียนรู้ และเลือกซื้อสินค้า ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มอาชีพที่หลากหลายในชุมชน เช่น อาหาร ขนม ของที่ระลึก สินค้าประดับตกแต่ง เป็นต้น
 
พักแรมในป่าชุมชน 

    บริเวณป่าชุมชนมีลานกางเต๊นท์ซึ่งสามารถพักค้าง และทำกิจกรรมรอบกองไฟได้ ซึ่งทางชุมชนมีเต๊นท์และถังน้ำให้บริการสำหรับคณะที่ต้องการพักค้างเพื่อทำกิจกรรมในป่า 

ชมการแสดงทางวัฒนธรรม 

    กิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม เช่น เพลงรำเหย่ย เป็นการแสดงที่หาชมได้ยากในปัจจุบันแสดงโดยกลุ่มเยาวชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี

กิจกรรมตามประเพณี 

    ชาวบ้านในชุมชนนับถือศาสนาพุทธเป็นส่วนใหญ่ และมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรม โดยประเพณีวัฒนธรรมของชุมชนนั้นจึงเป็นประเพณีที่มีความเกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนา ซึ่งได้รับการสืบทอดตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน
 
 รำเหย่ย  ประเพณีร่อยพรรษา
 ประเพณีทำขวัญแม่โพสพ  ประเพณีการทำยาย
 ประเพณีแรกเกี่ยวข้าว  การรับยายหรือผีบรรพบุรุษ
 ประเพณีการแห่นางแมว  การขึ้นยายหรือผีบรรพบุรุษ
 ประเพณีทำบุญศาลตาปู่  ประเพณีการแห่เจ้าพ่อขุนด่าน
 ประเพณีการทำบุญกระดูก  ประเพณีสาทรเดือนสิบ
 ประเพณีทำบุญยุ้ง ทำบุญลาน  ประเพณีการจั้งกระดูก

รำเหย่ย

    รำเหย่ย หรือเพลงเหย่ย หรือ “รำพาดผ้า” ที่มานั้นอาจเป็นเพราะคำร้องที่กลอนลงท้ายบทกลอนด้วยคำว่า “เอย” จนจบบทร้องทุกครั้ง ซึ่งคนแถวนั้นอาจจะร้องเสียงเพี้ยนไปเป็น “เหย่ย” ส่วนการเรียก “รำพาดผ้า” อาจเรียกตามวิธีการเล่นที่ต้องใช้ผ้าพาดหรือคล้องไหล่ผู้ที่จะมาเป็นคู่ร้องของตน หรือเรียกจากคำร้องที่พ่อเพลงกล่าวเชิญชวนในตอนแรกไว้ว่า “มาเถิดหนาแม่มา มาเล่นพาดผ้ากันเอย” โดยมีเครื่องดนตรีที่ใช้ในการเล่นเพลงเหย่ย ได้แก่ กลองยาว ฉิ่ง ฉาบ กรับ โหม่ง การแต่งกายจะใช้ผู้แสดงทั้งชาย และหญิงร่วมกันแสดงไม่จำกัดจำนวนแต่งกายแบบไทยคือนุ่งโจงกระเบน และมีผ้าสไบสำหรับผู้หญิง และผู้ชายต้องมีผ้าขาวม้าคาดเอว อุปกรณ์สำคัญในการละเล่นรำเหย่ยคือ ผ้าสไบหนึ่งผืน ที่ไว้สำหรับคล้องกันไปมาระหว่างการเล่น


   


    สำหรับท่ารำของเพลงเหย่ยไม่มีแบบฉบับที่แน่นอนขึ้นอยู่กับท่ารำที่ถนัด แต่ก่อนจะรำจะมีการเริ่มต้นด้วยการประโคมหรือโหมโรงด้วยกลองยาวก่อน และผู้เล่นฝ่ายชายจะเริ่มรำออกไปก่อน สองมือถือผ้าของตนไปด้วย และจะรำเข้าไปหาแถวฝ่ายหญิง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วใช้ผ้าคล้องหรือส่งให้ฝ่ายหญิง ฝ่ายหญิงจะรำออก และร้องโต้ตอบเป็นทำนองเกี้ยวพาราสีกัน เมื่อร้องรำพอสมควรแล้ว ฝ่ายหญิงจะนำผ้าไปคล้องฝ่ายชายคนต่อไป ชายคนแรก ๆ จะค่อย ๆ รำกลับมาที่เดิม เล่นสลับกันอย่างนี้เรื่อยไปที่ละคู่ ถ้าเล่นหลายคู่ต้องมีคนร้องต่างหาก นับว่าเป็นกิจกรรมที่ชาวบ้านห้วยสะพานสามัคคีได้สืบทอดจากคนเฒ่าคนแก่สู่รุ่นเด็กและเยาวชนจนมาถึงปัจจุบัน

ประเพณีร่อยพรรษา 

    เพลงพื้นบ้านของชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี ที่มักร้องก่อนวันออกพรรษาในช่วงต้นเดือน 11 เป็นต้นไปจนถึงวันออกพรรษา คือ วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 และอาจร้องเลยไปจนถึงวันแรม 11 ค่ำหรือแรม 2 ค่ำ เดือน 12 แต่เดิมจะร้องตั้งแต่ก่อนวันออกพรรษาเรื่อยไปจนทอดกฐิน เพื่อขอบริจาคสิ่งของ เงินทองจากชาวบ้าน เพื่อนำไปทำบุญหรือถวายวัดในวันทอดกฐิน กลุ่มผู้ร้องส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จำนวน 5-6 คน โดยจะหาบกระบุง ตะกร้า ออกเดินไปตามบ้านต่าง ๆ ถึงบ้านใดจะหยุดร้องเพลงอยู่หน้าบันไดบ้าน เมื่อเจ้าของบ้านได้ยินจะนำเงินหรือสิ่งของมาให้ ซึ่งเงิน และสิ่งของจะนำไปถวายพระในลักษณะของการทอดกฐิน

 



    ลักษณะเพลงร่อยพรรษาจะใช้เสียงเพลงของพ่อเพลงและแม่เพลงและลูกคู่ ไม่มีเครื่องดนตรีหรือการปรบมือ ส่วนทำนองเพลงที่ร้องจะมีลีลาที่ช้า ทอดเสียงยาว ๆ เนิบ ๆ มีการเอื้อนมาก คล้ายทำนองสวดหรือกล่อม ชวนให้เกิดความเคลิบเคลิ้ม ร้องค่อนข้างยาก และไม่มีลีลาสนุกสนานใด ๆ ผู้ที่ร้องเพลงร่อยพรรษาจะต้องรู้จักเลือกเนื้อร้องให้เหมาะสมกับกาลเทศะ เพื่อสร้างความสบายใจให้กับชาวบ้าน จึงเรียกได้ว่าการทำบุญของเจ้าบ้านนั้นเป็นการทำบุญด้วยความศรัทธาอย่างแท้จริง
   การเดินทาง

รถยนต์ 

    ใช้ถนนเพชรเกษมหรือถนนบรมราชชนนี ผ่านนครชัยศรี นครปฐม บ้านโป่ง ท่ามะกา ท่าม่วง ถึงจังหวัดกาญจนบุรี ระยะทาง 129 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง หรือใช้ทางพิเศษเฉลิมมหานคร สอบถามเพิ่มเติม โทร.1543 

รถโดยสารประจำทาง 

    ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ รถปรับอากาศชั้นหนึ่ง (วิ่งสายใหม่เส้นถนนบรมราชชนนี-นครชัยศรี) ออกทุก 20 นาที ตั้งแต่เวลา 05.00-22.30 น. รถปรับอากาศชั้นสองออกทุก 20 นาที มีบริการ 2 เส้นทาง คือ เส้นทางสายเก่า (ถนนเพชรเกษม-อ้อมใหญ่-นครชัยศรี) และเส้นทางสายใหม่ (ถนนบรมราชชนนี-นครชัยศรี) ตั้งแต่เวลา05.10-21.00 น.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กาญจนบุรีทัวร์ โทร. 0 2435 5012 หรือที่เว็บไซต์ www.transport.co.th

 

 

  Hits: 813 [Rate it.]  

    เนื้อหาในหมวดนี้  
 
 เนินเพิ่ม (23/12/2553)
 เปร็ดใน (23/12/2553)
 บ้านเขาเพ-ลา (23/12/2553)
 แหลมกลัด (23/12/2553)
 เชียงดาว (24/12/2553)
 บ้านวอแก้ว (24/12/2553)
 อัมพวา (24/12/2553)
 ตำบลพรุใน (24/12/2553)
 บ้านบางโรง (24/12/2553)
จำนวน 9 เนื้อหาทั้งหมด หน้าที่   [ 1 ]