Architecture ของ Crystal Hybrid Cloud

  • 0

การขอคืนภาษีธุรกิจเฉพาะ


Tags : 

1.   ผู้มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ได้แก่

1.1   บุคคลซึ่งประกอบกิจการที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ โดยกิจการนั้นไม่ได้รับยกเว้น ภาษีธุรกิจเฉพาะ

1.2   ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการประกอบกิจการในราชอาณาจักรของผู้ประกอบกิจการอยู่นอกราชอาณาจักร

1.3   ลูกจ้าง ตัวแทน หรือผู้ทำการแทนซึ่งมีอำนาจในการจัดการแทนโดยตรงหรือโดยปริยายที่อยู่ในราช อาณาจักรของผู้ประกอบกิจการที่อยู่นอกราชอาณาจักร

2.   แบบแสดงรายการที่ใช้

แบบแสดงรายการภาษีธุรกิจเฉพาะ ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้ใช้ในการยื่นแบบแสดงรายการภาษี ธุรกิจเฉพาะได้แก่ แบบ ภ.ธ.40

3.   หน้าที่ในการจัดทำรายงาน

ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ มีหน้าที่จัดทำรายงานแสดงรายรับก่อนหักรายจ่ายที่ต้อง เสียภาษีและรายรับที่ไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีรายงานดังกล่าวให้จัดทำตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากร กำหนดโดยให้ จัดทำเป็นรายสถานประกอบการทั้งนี้การลงรายการในรายงานให้ลง ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีรายรับเว้นแต่อธิบดี กรมสรรพากรเห็นสมควร สำหรับการประกอบกิจการบางประเภทหรือในกรณีจำเป็นเฉพาะรายอธิบดีจะกำหนดเป็นอย่าง อื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้

4.   หน้าที่ในการเก็บรักษารายงานและเอกสารหลักฐาน

ผู้ประกอบกิจการที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะต้องเก็บและรักษารายงานพร้อมทั้งเอกสารประกอบ การลงรายงานหรือเอกสารที่อธิบดีกำหนดไว้ ณ สถานประกอบการจัดทำรายงานนั้นหรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมสรรพากร กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปี นับแต่วันที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีหรือวันทำรายงานแล้วแต่กรณี

5.   หน้าที่ในการออกใบรับ

ผู้ประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะซึ่งได้รับเงิน หรือรับชำระราคาจากการขายสินค้า หรือการให้บริการหรือจากการกระทำกิจการรวมเงินหรือราคาที่ได้รับชำระแต่ละครั้ง เกิน 100 บาท ต้องออกใบรับให้แก่ ผู้จ่ายเงินหรือผู้ชำระราคาในทันทีทุกคราวที่รับเงินหรือรับชำระราคาไม่ว่าจะมีการเรียกร้องให้ออกใบรับหรือไม่ก็ตาม

 

Credit : www.rd.go.th


  • 0

การซื้อและการรวมส่วนได้เสีย


การซื้อ ( purchase )และการรวมส่วนได้เสีย( pooling ) นั้นเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า M&Aซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุหลายประการเช่น การขยายกิจการ การเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน การเพิ่มมูลค่ากิจการ ฯลฯ อย่างไรก็ดีประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์ควรใส่ใจในเรื่องนี้ก็คือ การเปรียบเทียบกันของรายงานก่อนทำ M&A กับหลังทำ M&A ซึ่งผลกระทบของรายงานอาจมาจากการตัดสินใจในทางเลือกทางการบัญชี

การบัญชีสำหรับการซื้อ

  • การบัญชีเกี่ยวกับการซื้อจะขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงการควบคุม ซึ่งดูได้จากการได้มาซึ่งความเป็นเจ้าของอีกกิจการหนึ่ง
  • การซื้อจะต้องมีการซื้อทั้งสินทรัพย์และหนี้สิน
  • การซื้อต้องมีการปันส่วนราคาซื้อของสิ่งที่จับต้องได้และไม่ได้ มาบันทึกในบัญชีของผู้ซื้อด้วยราคาตลาด ณ วันที่ซื้อ
  • งบดุลและงบกำไรขาดทุนในกิจการของผู้ซื้อก่อนและหลังซื้อจะเปรียบเทียบกันไม่ได้

สิ่งที่ pooling แตกต่างจาก purchase

  1. กิจการที่รวมกันถือว่าเท่าเทียมกัน ไม่มีกิจการผู้ซื้อกับผู้ถูกซื้อ
  2. งบการเงินที่นำมารวมกันจะไม่มีการ adj. รายการใด ๆ Fair market value จะไม่ถูกบันทึก
  3. ผลการดำเนินงานหลังจากการรวมกิจการแล้ว จะถูกบันทึกเหมือนรวมกันตั้งแต่วันต้นงวดของการรวมกิจการ

เงื่อนไขของการใช้วิธี pooling ตาม APB16

  1. กิจการทั้งสองที่รวมกันต้องเป็นอิสระกัน
  2. ต้องเป็นการแลกหุ้นที่มีสิทธิออกเสียงเท่านั้น
  3. ต้องไม่มีข้อตกลงที่จะมีการซื้อกลับ
  4. ต้องไม่มีการวางแผนเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น
  5. กิจการที่รวมกันต้องไม่มีความตั้งใจที่จะจำกัดส่วนงานที่สำคัญในการทำงาน ยกเว้นงานที่ซ้ำซ้อน

มาตรฐานบัญชี 43 การรวมธุรกิจ ปรับปรุง ฉบับ ปี 50

เพิ่งจะมีการประกาศใช้ จุดสำคัญคือ ยกเลิกวิธีการรวมส่วนได้เสียเหลือวิธี purchase  ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญมาก
มาตรฐานที่ 43 ที่ ปรับปรุงใหม่ มีดังนี้
1. การบัญชีสำหรับการรวมธุรกิจ
1.  การบัญชีสำหรับการรวมธุรกิจ
–  การบันทึกบัญชีการรวมธุรกิจในทุกกรณีให้ปฏิบัติตามวิธีซื้อ
2.  การระบุผู้ซื้อ
–  ในการรวมธุรกิจทุกกรณี ต้องระบุให้ชัดเจนว่ากิจการใดเป็นผู้ซื้อ(เพราะถือว่ากิจการนั้นมีอำนาจในการควบคุม)
3. ต้นทุนการรวมธุรกิจ
3.1 ผู้ซื้อต้องวัดต้นทุนการรวมธุรกิจจาก
– มูลค่ายุติธรรม ณ วันที่มีการแลกเปลี่ยนของสินทรัพย์ที่ให้ไป หนี้สินที่รับมา และตราสารทุนที่ออกโดยผู้ซื้อ
– ต้นทุนอื่น ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการรวมธุรกิจ
4. ค่าความนิยม
4.1 ณ วันที่ซื้อผู้ซื้อต้องปฏิบัติ ดังนี้
–  รับรู้ค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจเป็นสินทรัพย์(ซึ่งยังเหมือนเดิมก่อนจะปรับปรุง)
–  กิจการต้องมูลค่าเริ่มแรกของค่าความนิยมด้วยราคาทุน ซึ่งคือส่วนต่างของต้นทุนการรวมธุรกิจที่สูงกว่าส่าวนได้เสียของผู้

ซื้อในมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์สุทธิและหนี้สิน
4.2 หลังจากรับรู้ค่าความนิยมเริ่มแรกแล้วผู้ซื้อต้องวัดค่าความนิยมด้วยราคาทุนหักค่าเผื่อการด้อยค่าสะสม
4.3 ผู้ซื้อต้องไม่ตัดจำหน่ายค่าความนิยมจากการรวมธุรกิจแต่ต้องทดสอบการด้อยค่าแทนทุกปี
5. ส่วนเกินของส่วนได้เสียของผู้ซื้อในมูลค่ายุติธรรมสุทธิของสินทรัพย์และหนี้สินที่สูงกว่าต้นทุน (เดิมคือค่าความนิยมติดลบ)
5.1 ถ้าส่วนได้เสียของผู้ซื้อสูงกว่าต้นทุนผู้ซื้อต้องปฏิบัติดังนี้
–  ประเมินการระบุและการวัดมูลค่าของสินทรัพย์ หนี้สิน ที่ระบุได้ของผู้ถูกซื้อใหม่ รวมทั้งการประเมินต้นทุนในการรวม

ธุรกิจใหม่ด้วย
– รับรู้ส่วนเกินที่คงเหลือหลังจากการประเมินใหม่ในกำไรหรือขาดทุนทันที
ผลกระทบ
งบดุล       – วิธี Purchase, net asset และ equity จะสูงกว่าเพราะในงบดุลของผู้ซื้อจะบันทึก asset ด้วยราคายุติธรรมเลยทำให้มีค่า

ความนิยม และมีผลให้ Equity  สูงขึ้นด้วย
– วิธี polling, net asset และ equity จะต่ำกว่า
งบกำไรขาดทุน   – วิธี  Purchase, Selling and Admin Exp. จะสูงเพราะการบันทึก asset ด้วยราคายุติธรรมทำให้ค่าเสื่อมสูง และ

ทำให้กำไรต่ำลงด้วย
– วิธี Polling , Selling and Admin Exp. จะต่ำกว่า ส่วนกำไรสูงกว่า
อัตราส่วนทางการเงิน 
วิธี Purchase   – turnover ต่ำเพราะ  Asset  สูงขึ้น

– ROA ต่ำ เพราะ  Asset  สูงขึ้น
– coverage ต่ำ เพราะ  EBIT ต่ำลง

งบกระแสเงินสด   – วิธี Purchase   จะมีการจ่ายเงินสดหรือออกหนี้เพื่อที่จะไปซื้อบริษัทผู้ถูกซื้อ ดังนั้น จะทำให้ cash outflow

ใน CFI สูงในการจ่ายซื้อ(CFO ต่ำ) และมี cash inflowใน CFF สูงจากการหาเงินมาจ่ายเช่นเดียวกัน(CFFสูง)

– วิธี polling จะไม่มีการจ่ายเงินสดหรือออกหนี้อย่างมากก็การแลกหุ้น
วิธี Polling จะนิยมใช้เมื่อ
1. ถ้าราคาซื้อสูงกว่ามูลค่าทุนตามบัญชีของกิจการที่ถูกซื้อจะเลือกวิธีการของ Polling
2. กิจการที่ถูกซื้อไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางภาษีได้
3. กิจการที่ถูกซื้อมีหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดสูงกว่าราคาทุนเนื่องจากการรวมแบบ Polling จะบันทึกตามราคาทุนเดิมดังนั้นหลังจากการรวมกิจการแล้วจะมีการขายสินทรัพย์ ดังกล่าว ทำให้กำไรของกิจการที่ถูกซื้อเพิ่มสูงขึ้น
วิธี Purchase จะนิยมใช้เมื่อ
1. ราคาซื้อต่ำกว่ามูลค่าตามบัญชีของกิจการผู้ถูกซื้อซึ่งจะทำให้ค่าเสื่อมอยู่ในระดับต่ำ กำไรจะสูงขึ้น
2. วิธีการ Purchase ต้องบันทึกรายการทีเป็น off-balance-sheet ของกิจการผู้ถูกซื้อด้วย เช่น กิจการที่ซื้อต้องประมาณการหนี้สินที่ต้องจ่ายชดเชยให้พนักงานเมื่อเกษียณอายุ ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายในอนาคตลดลง
3. ผู้ถือหุ้นเดิมของกิจการผู้ซื้อ ไม่อยากจะสูญเสียหรือมีอำนาจในการควบคุมกิจการลดน้อยลง จากการออกหุ้นแลกกัน โดยผู้ถือหุ้นชอบที่จะใช้เงินสด หรือ หลักทรัพย์ที่ไม่มีผลต่อการออกเสียง ในการซื้อกิจการ
ผลจากการวิจัย

  • ถ้า  P >  BV จะใช้ Polling ได้ผลออกมาตามคาด
  • ถ้า  P <  BV จะใช้ Purchase ผลที่ออกมายังไม่ชัดเจน

การตอบสนองของตลาด
1. Polling, no market reaction (ไม่มีปฏิกิริยาการตอบสนอง)
2. Purchase, Positive reaction (มีการตอบสนองในทางบวกอย่างมีนัยสำคัญ)

 

Credit : เก่งวิเคราะห์งบการเงิน


  • 0

กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุมัติใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ


Tags : 

ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประกอบกิจการค้าปลีก ซึ่งประสงค์จะใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน เพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ ให้ยื่นคำขออนุมัติต่ออธิบดี และการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินดังกล่าว จะต้องปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงิน ที่อธิบดีกรมสรรพากรกาหนด (ศึกษารายละเอียดได้จากประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 46) ลงวันที่ 29 มีนาคม 2536)
คำขออนุมัติให้ยื่นตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด โดยจะต้องแนบเอกสารและรายการดังต่อไปนี้พร้อมกับคำขออนุมัติ
(1) คุณสมบัติโดยย่อของเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
(2) รายละเอียดรุ่น ยี่ห้อ หมายเลขประจำเครื่อง (Serial Number) และจำนวนเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่ขออนุมัติ
(3) แผนผังแสดงตำแหน่งการวางเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
(4) ในกรณีที่มีการต่อเชื่อมเครื่องบันทึกการเก็บเงินเข้ากับอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่น ให้แสดงแผนผังระบบการต่อเชื่อมดังกล่าวด้วย
(5) ตัวอย่างใบกำกับภาษีอย่างย่อ และตัวอย่างรายงานการขายสินค้าหรือการให้บริการประจาวันที่ออกด้วยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน
โดยยื่นต่ออธิบดีกรมสรรพากรผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่มีสถานประกอบการหลายแห่งให้ยื่นผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการที่เป็นสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ โดยต้องยื่นคำขออนุมัติเป็นรายสถานประกอบการ และกรณีผู้ประกอบการที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ให้ยื่นคำขออนุมัติผ่านผู้อานวยการสานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่
การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินเพื่อออกใบกำกับภาษีอย่างย่อ เป็นความสะดวกของผู้ประกอบการฯ ที่ไม่ต้องมีภาระในการเขียน หรือพิมพ์ใบกำกับภาษี โดยเฉพาะกิจการค้าปลีกซึ่งขายสินค้าหรือให้บริการแก่บุคคลจานวนมาก และยังง่ายต่อการควบคุมตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ด้วย
อย่างไรก็ดี การใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมสรรพากรกาหนดตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 46) ลงวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2536ทั้งนี้ จะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรก่อนจึงจะใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินได้ มิฉะนั้น มีความผิดตามมาตรา 90/3(2) แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

Credit : www.rd.go.th


  • 0

ทำไมต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 7.0


Tags : 

 เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 80 แห่งประมวลรัษฎากร จากอัตราร้อยละ 10.0 เป็นอัตราร้อยละ 6.3 ซึ่งตามพระราชบัญญัติจัดสรรรายได้ประเภทภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีธุรกิจเฉพาะให้แก่ราชการส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2534 ประกอบกับพระราชบัญญัติรายได้เทศบาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2534 ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2535 เป็นต้นไป มอบให้กรมสรรพากรเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มแทนราชการส่วนท้องถิ่น ในอัตรา 1 ใน 9  ของอัตราภาษีที่จัดเก็บ ดังนั้น กรมสรรพากรจึงจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม ในอัตราร้อยละ 6.3 บวกกับภาษีที่ต้องจัดสรรให้แก่ราชการส่วนท้องถิ่นอีกในอัตรา 1 ใน 9 ของอัตราภาษีที่จัดเก็บ รวมเป็นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้นร้อยละ 7.0

Credit : www.rd.go.th


  • 0

หลักเกณฑ์การประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล


Tags : 

หลักเกณฑ์การประกาศให้เป็นองค์การหรือสถานสาธารณกุศล

 

Credit : www.rd.go.th


  • 0

การจัดทำใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป (เกี่ยวข้องกับระบบบัญชีและ ERP)


Tags : 

 

อยากจะออกใบกำกับภาษีทั้งที มีเทคนิค 3 ข้อที่ควรทำ คือ
1. รายการในใบกำกับภาษีครบถ้วนที่ถูกต้อง
2. ห้ามเขียนเพิ่ม!! ถ้าออกใบกำกับด้วยคอมพิวเตอร์
3. รายละเอียดต่างๆ ไม่มีขีดฆ่า ไม่มีแก้ไข

ทำ 3 ข้อนี้รับรองสบายใจแน่นอน
แต่อย่าลืมไปจด VAT

—–

รายการที่ต้องมีในใบกำกับภาษี เช็คให้ดี!!

1. คำว่า “ใบกำกับภาษี” เห็นชัดจัดเต็ม
2. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของคนขาย
3. ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของคนซื้อ
4. หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี หรือ เล่มที่ (ถ้ามี)
5. ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
6. จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่แยกออกจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการ
7. วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี

เพิ่มเติมตั้งแต่ 1 มกราคม 2558
– ข้อ 2 และ 3 อย่าลืมระบุว่าเป็น “สำนักงานใหญ่” หรือ “สาขา”
– กรณีข้อ 3 ถ้าผู้ซื้อไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือไม่ได้ใช้ใบกำกับภาษี ไม่จำเป็นต้องกรอกเลขประจำผู้เสียภาษีหรือบัตรประชาชน

ERP product


  • 0

รู้หรือไม่ SMEs เป็นนิติบุคคล เสียภาษีถูกกว่า 15 เปอร์เซ็นต์


Tags : 

หากเปรียบเทียบกันระหว่างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล จะเห็นว่าการทำธุรกิจในรูปแบบของนิติบุคคลประหยัดภาษีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัด เพราะนิติบุคคล เสียภาษีสูงสุด 20% ขณะที่บุคคลธรรมดา เสียภาษีสูงสุด 35% เท่ากับนิติบุคคลเสียภาษีถูกกว่าถึง 15%

สำหรับนิติบุคคล (ที่มีเงื่อนไข) เป็น SMEs หรือกิจการขนาดเล็ก ✓ ทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ✓ รายรับไม่เกิน 30 ล้านบาท

SMEs จะได้รับ “โอกาส” และ “แต้มต่อ” มากกว่า !!! เช่น ✓ ยกเว้นภาษี (กำไรสุทธิไม่เกิน 3 แสนบาท) ✓ หักค่าใช้จ่ายของกิจการเป็นพิเศษได้ 2 เท่า (เช่น ค่าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ค่าทำบัญชี ค่าสอบบัญชี)

Credit : https://www.smebank.co.th


  • 0

ปัจจัยสำคัญ เมื่อต้องเลือกสำนักงานบัญชี สำหรับเจ้าของธุรกิจใหม่


Tags : 

ในแต่ละปี มีเจ้าของธุรกิจ จดทะเบียนนิติบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วน มากกว่า 40,000 – 70,000 แห่งทั่วประเทศ แต่ละนิติบุคคล บริษัท ห้างหุ้นส่วน จำเป็นต้องมีผู้ทำบัญชี และผู้สอบบัญชีอนุญาต เพื่อทำงบการเงินประจำปี ทางเลือกที่ดีของเจ้าของธุรกิจใหม่ คือ สำนักงานบัญชี คำถามที่ตามมา คือ อะไรคือปัจจัยที่สำคัญ เมื่อต้อง เลือกสำนักงานบัญชี ครั้งแรก  พนักงานบัญชีจบใหม่ 1 คนมีค่าใช้จ่าย และถือเป็นต้นทุนคงที่ทุกเดือนอย่างน้อย 9,000 – 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับวุฒิการศึกษา แต่ไม่รวมประสบการณ์ ถ้าต้องการจ้างพนักงานบัญชีที่สามารถทำบัญชีปิดงบได้ต้นทุนอาจขยับถึง 35,000 – 50,000 ต่อคนต่อเดือน ไม่รวมผู้สอบบัญชีอนุญาต ที่ต้องหาเอง และมีต้นทุนสูง สำนักงานบัญชี เป็น ตัวเลือกที่เหมาะกับเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก ที่มีเงินทุนน้อย หรือต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ปัญหาของเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก หรือSMEsส่วนใหญ่ คือ สำนักงานบัญชีที่ดีเป็นอย่างไร และอะไรคือปัจจัยในการเลือกสำนักงานบัญชี

ความน่าเชื่อถือ สำนักงานบัญชี เปรียบเสมือนเพื่อนทางธุรกิจ หรือพาร์ทเนอร์ เพราะรายได้ ค่าใช้จ่าย ค่าภาษี และงบการเงินประจำปี ถูกกำหนดโดยสำนักงานบัญชี ดังนั่นความน่าเชื่อถือของสำนักงานบัญชีจึงเป็นเรื่องสำคัญ

วิธีที่ดีที่สุด เพื่อค้นหาความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์ของสำนักงานบัญชี คือ การดูข้อมูลสำนักงานบัญชี รวมทั้งประวัติของเจ้าของสำนักงานบัญชีในแต่ละแห่งว่าจบการศึกษาด้านใด มีประสบการณ์ในการทำงานด้านบัญชี และภาษีกี่ปี มีลูกค้ากี่หลาย และลูกค้าทำกิจการอะไรบ้าง คุณต้องสอบถามข้อมูลในแต่ละอย่างให้ครบถ้วน ยิ่งคุณใส่ใจ เท่ากับว่าธุรกิจของคุณมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จ และยั่งยืนสูง

 ค่าจ้าง

หลังจากเปิดบริษัท เจ้าของธุรกิจ อาจได้รับจดหมายจากสำนักงานบัญชีหลายแห่ง บางแห่งแสดงค่าบริการตั้งแต่ 500 บาท ราคาถึงแม้เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ที่เงินลงทุนไม่มาก แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ รับทำบัญชีราคาถูก หมายความว่า สำนักงานบัญชีนี้ ต้องรับลูกค้าจำนวนเท่าไร เพื่อทำให้ธุรกิจอยู่รอดมาคำนวนกันครับ

สำหรับสำนักงาน ที่รับบัญชีราคาถูก ต้องให้พนักงานทำงานอย่างน้อย  30 บริษัทต่อพนักงานหนึ่งคน ที่มีเงินเดือน 15,000 บาท ยังไม่รวมสวัสดิการอย่างอื่น ดังนั่นถ้าคุณต้องการต้องการงานอื่นๆ ที่นอกเหนือจาก ยื่นภาษีประจำเดือน และส่งงบการเงินประจำปี คุณคาดหวังได้ว่า สำนักงานบัญชีที่ทำบัญชีราคาถูก จะไม่สามารถทำรายงานทางบัญชี และรายงานกำไรขาดทุนในแต่ละเดือนได้อย่างแน่นอน

ขั้นตอนการทำงาน

ก่อนที่จะเริ่มตกลงจ้างสำนักงานบัญชี คำถามหนึ่งที่ต้องมี คือ “ขั้นตอนการทำงานของสำนักงานบัญชีในแต่ละเดือนมีอะไรบ้าง ช่วยอธิบายให้ฟังสั้นๆ” สำนักงานบัญชีที่ดี ต้องมีขั้นตอนที่แน่นอน และเป็นระบบ เช่น การรับ-ส่งเอกสารในแต่ละเดือน การเก็บเอกสาร การยื่นภาษี การชำระภาษี การชำระประกันสังคม รวมทั้งการจัดทำรายงานบัญชีในแต่ละเดือน ตัวแทนสำนักงานบัญชีต้องสามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานได้อย่างชัดเจน และครบถ้วน

ปัจจุบันหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ให้ความสำคัญกับสำนักงานบัญชีอย่างมาก จึงทำให้เกิดโครงการ “สำนักงานบัญชีคุณภาพ” ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวเลือกหนึ่งให้กับเจ้าของธุรกิจ และป้องกันปัญหาจากสำนักงานบัญชีที่รับทำบัญชีไม่ครบถ้วน และไม่ถูกต้อง

ให้คำปรึกษา

สำนักงานทำบัญชีสมัยใหม่ หรือยุค4.0 ต้องเป็นเหมือนพาร์ท หรือเพื่อทางธุรกิจ คือ มีความรู้สึกร่วมกับเจ้าของธุรกิจ ยินดีเมื่อเจ้าของธุรกิจมีกำไรมากขึ้น และเมื่อเห็นว่ามีสิ่งที่ไม่ดี เกิดขึ้นกับธุรกิจ ต้องสามารถเป็นที่ปรึกษาให้ได้ ในแต่ละเรื่อง เช่น วางระบบบัญชีภายใน ประหยัดภาษี สามารถอธิบายค่าใช้จ่ายที่สรรพากรยอมรับ และไม่ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามได้ วิเคราะห์งบการเงินได้ อธิบายให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจวิธีอ่าน และเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ สามารถอธิบายจุดอ่อน ของหนี้สิน และค่าใช้จ่ายที่มีผลต่อฐานะทางการเงินของธุรกิจได้

ท้ายสุด ผมอยากให้ข้อคิดสำหรับเจ้าของธุรกิจ เมื่อต้องทำงานรวมกับสำนักงานบัญชี ก็คือ ความครบถ้วนของเอกสาร ความถูกต้องของข้อมูลทางบัญชี และสามารถใช้รายงานทางบัญชีได้อย่างทันการณ์ เจ้าของธุรกิจต้องใส่ใจบัญชี เพราะ บัญชี คือ “หัวใจของธุรกิจ”

Credit : www.myaccount-cloud.com

ERP product

 


  • 2

“กรมสรรพากร” มีหน้าที่อย่างไร


Tags : 

กรมสรรพากร (The Revenue Department) เป็นส่วนราชการระดับกรม สังกัดกระทรวงการคลัง ที่เริ่มก่อตั้งในสมัย รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2433

   กรมสรรพากร มีหน้าที่ในการจัดเก็บภาษีจากฐานรายได้และฐานการบริโภคภายในประเทศ ตามประมวลรัษฎากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นรายได้ให้รัฐบาล เพื่อนำมาใช้พัฒนาประเทศได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ภาษีมูลค่าเพิ่ม อากรแสตมป์ จากหน้าที่ดังกล่าวเมื่อมีเหตุจลาจล กรมสรรพกรจึงมักถูกวางเพลิงเสมอ อาทิเหตุการณ์ 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ จนเป็นหน่วยงานของรัฐที่ถูกวางเพลิงมากที่สุดหน่วยงานหนึ่ง

นอกจากนั้นยังพิจารณาปรับปรุงตัวบทกฎหมาย และระบบการบริหารจัดเก็บภาษีเพื่อส่งเสริมการออม การลงทุนและการแข่งขันในการผลิตและการส่งออกกับนานาประเทศ ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการกระจายรายได้ และเสริมสร้างความสมัครใจในการเสียภาษี และยังทำความตกลงระหว่างประเทศเพื่อขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อนระหว่างกัน เพื่อสนับสนุนการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

Credit : th.wikipedia


  • 2

ถ้ายื่นภาษีไม่ทัน…จะเกิดอะไรขึ้น (ภพ.30)


Tags : 

ถ้ายื่นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ.30) เกินกำหนดเวลา

1. ค่าปรับอาญา (จะต้องชำระเป็นเงินสดเท่านั้น)

  • ยื่นแบบล่าช้าไม่เกิน 7 วัน ค่าปรับ 300 บาท
  • ยื่นแบบล่าช้าเกิน 7 วัน ค่าปรับ 500 บาท

2. เงินเพิ่ม

  • เสียเงินเพิ่มอัตรา 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) ไม่รวมเบี้ยปรับ
  • โดยเงินเพิ่มที่เสียต้องไม่เกินจำนวนภาษี
  • หากไม่มียอดภาษีต้องชำระ ก็ไม่ต้องชำระเงินเพิ่ม

3. ค่าเบี้ยปรับ

  • กรณี ยื่นแบบภาษีเพิ่มเติม ค่าเบี้ยปรับคิดเป็น 1 เท่าของเปอร์เซ็นเบี้ยปรับ (หากลืมยื่นภาษีซื้อ ไม่ต้องขอยื่นเพิ่มเติมก็ได้เช่นกัน เพราะสามารถนำมาขอยื่นได้ในเดือนถัดไป ไม่เกิน 6 เดือนของวันที่ตามใบกำกับภาษี)
  • กรณี ไม่ได้ยื่นแบบภาษี ค่าเบี้ยปรับคิดเป็น 2 เท่าของเปอร์เซ็นต์เบี้ยปรับ
  • ถ้าไม่มีภาษีต้องชำระก็ไม่เสียค่าเบี้ยปรับ แต่ยังคงต้องเสียค่าปรับอาญากรณีไม่ยื่นแบบ 500 บาท
  • ไม่ออกใบกำกับภาษี และส่งมอบให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ ค่าเบี้ยปรับ 2 เท่า
  • ออกใบกำกับภาษี โดยไม่มีสิทธิที่จะออก ค่าเบี้ยปรับ 2 เท่า
  • นำใบกำกับภาษีปลอมมาใช้ ค่าเบี้ยปรับ 2 เท่า
  • ไม่เก็บสำเนาใบกำกับภาษีขาย ค่าเบี้ยปรับ 2% ของภาษีตามใบกำกับ
  • ไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อที่ใช้เครดิตภาษี ค่าเบี้ยปรับ 2% ของภาษีที่นำมาเครดิต
  • ไม่ทำรายงานตามที่กฎหมายกำหนด หรือมีสินค้าขาดจากรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ค่าเบี้ยปรับ 2 เท่า

Credit : https://www.ztrus.com