Tag Archives: Tax

  • 0

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ งัด”ภาษี-สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ” คาดเกิดลงทุน1.1 แสนล้าน

Category:Uncategorized Tags : 

มาตรการทางการคลังเพื่อนับสนุนการลงทุนในประเทศ ปี 2563 เป็นมาตรการพิเศษที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เป็นยาแรงเพื่อกระตุ้นการลงทุนภายในประเทศ โดยให้มากถึง 3 ต่อ  ซึ่งประกอบด้วย ต่อที่ 1 มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ต่อที่ 2 มาตรการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร และต่อที่ 3 มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักรได้ร้อยละ 250 หรือ 2.5 เท่า ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่รวมถึงกรณีที่เป็นธุรกิจให้เช่าแบบลีสซิ่งและลงทุนในเครื่องจักรเพื่อให้เช่าเครื่องจักรนั้นแบบลีสซิ่ง โดยให้หักรายจ่ายร้อยละ 100 แรก หรือ 1 เท่าแรกของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง เป็นค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามเกณฑ์ที่ประมวลรัษฎากรกำหนด และทยอยหักรายจ่ายส่วนเพิ่มเป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชี สำหรับรายจ่ายที่จ่ายไปตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

2. มาตรการยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ปัจจุบันเครื่องจักรส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นอากรขาเข้าอยู่แล้ว มาตรการยกเว้นอากรขาเข้าในครั้งนี้จะยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรส่วนที่เหลืออีก 146 รายการ โดยของที่ได้รับยกเว้นอากรต้องเป็นของที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน และจะต้องนำไปใช้ในการประกอบกิจการของผู้นำของเข้าเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการจัดจำหน่ายหรือใช้ในบ้านเรือนระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ประกาศกระทรวงการคลังมีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

3. มาตรการสินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สินเชื่อดอกเบี้ยพิเศษจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่ หรือซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ คงที่ปีที่ 1 – 2 ร้อยละ 2 และปีที่ 3 – 5 ร้อยละ 4 วงเงินกู้สูงสุดต่อราย 100 ล้านบาท ภายใต้วงเงิน 5,000 ล้านบาท ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563 พร้อมสิทธิประโยชน์อื่น ๆ จาก ธสน. เช่น ฟรีค่าธรรมเนียม Front-end-Free ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกัน บสย. 4 ปี เป็นต้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การขอสินเชื่อและการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ ธสน. กำหนด

นอกจากนี้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐยังมีสินเชื่ออัตราพิเศษอีกมากกว่า 100,000 ล้านบาทเพื่อรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) กลุ่มธุรกิจ New S-Curve หรือธุรกิจที่เป็น Supply Chain ธุรกิจเกษตรแปรรูป และธุรกิจ Robotics

กระทรวงการคลังคาดว่า มาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนการลงทุนในประเทศ ปี 2563 จะส่งผลก่อให้เกิดการลงทุนกว่า 110,000 ล้านบาท สนับสนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 0.25 ส่วนมาตรการสินเชื่อจะเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาและปรับปรุงการผลิตสินค้า ให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ด้วยการนำเทคโนโลยี เครื่องจักรอุปกรณ์ที่ทันสมัย เพื่อปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการ รวมทั้งจะเป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้กลับมาแข็งแกร่ง ยกระดับกระบวนการผลิตและเพิ่มศักยภาพของภาคอุตสาหกรรมไทยไปสู่ Industry 4.0 และมีการเติบโตอย่างยั่งยืน

Credit : https://businesstoday.co


  • 0

3 ความเข้าใจผิดเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคลที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

Category:Uncategorized Tags : 

3 ความเข้าใจผิดเรื่องภาษีเงินได้นิติบุคคล

1. ยิ่งกำไรน้อย ยิ่งเสียภาษีน้อย

ความเข้าใจผิดแรกนั้น เริ่มต้นจากความคิดที่ว่า ธุรกิจที่ยิ่งกำไรน้อยเท่าไร ก็ยิ่งเสียภาษีน้อยเท่านั้น เอ๊า!! ถ้าแบบนี้เราก็ทำให้ “ธุรกิจขาดทุน” เพื่อที่จะได้ไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งคำพูดก็ถือว่าเป็นคำพูดที่ถูกครึ่งหนึ่งครับ แต่เราต้องไม่ลืมเงื่อนไขที่ว่า ขาดทุนที่เกิดขึ้นนั้น ต้องเป็น ขาดทุนทางภาษี ไม่ใช่ ขาดทุนทางบัญชี เพราะธุรกิจต้องมีการปรับปรุงรายการกำไร (ขาดทุน) ทางบัญชีให้กลายเป็นกำไร (ขาดทุน) ทางภาษีเสียก่อน แล้วค่อยคำนวณโดยการคูณอัตราภาษีที่กฎหมายกำหนดครับ

ยกตัวอย่างเช่น บริษัทแห่งหนึ่งมีการขาดทุนทางบัญชี 1 ล้านบาท แต่พบว่ามีค่าใช้จ่ายจำนวน 2 ล้านบาทที่ไม่มีเอกสารหลักฐานการจ่าย และเป็นรายจ่ายส่วนตัวของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งรายจ่ายในส่วนนี้จะไม่สามารถถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ ก็เลยกลายเป็นว่า ขาดทุนทางบัญชีจำนวน 1 ล้านบาทก็จะถูกบวกกลับเข้าไปด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนดังกล่าว ทำให้บริษัทมีกำไรทางภาษี จำนวน 1 ล้านบาทแทน

2. จดทะเบียนเป็น SMEs ได้ลดอัตราภาษีแน่ๆ

เรื่องต่อมาก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราได้ยินกันบ่อยๆ กับคำว่า “SMEs ได้รับสิทธิลดอัตราภาษี” โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กที่มีเงื่อนไขตามที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ คือ “เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท” หรือพูดสั้นๆ ก็คือสำหรับธุรกิจที่มี “ทุนชำระไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้น้อยกว่า 30 ล้านบาทต่อปี”

 

3. ภาษีครึ่งปี พี่ต้องจ่ายด้วยหรอ?

สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่คำนวณภาษีจากกำไรสุทธิทางภาษีนั้น นอกจากยื่นแบบแสดงรายการภาษีสำหรับรอบบัญชีแล้ว (ภ.ง.ด. 50) ยังมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้สำหรับรอบบัญชีครึ่งปี (ภ.ง.ด. 51) ภายใน 2 เดือนหลังจากวันครึ่งรอบบัญชี เช่น ถ้ารอบบัญชีของบริษัทคือวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม วันครึ่งรอบบัญชีคือวันที่ 30 มิถุนายน โดยต้องยื่นภาษีครึ่งปีให้ทันกำหนดเวลาภายในสิ้นเดือนสิงหาคมของทุกปี มิฉะนั้นจะมีปัญหาทั้งค่าปรับ (สูงสุด 2,000 บาท) และเงินเพิ่ม (คิดจากภาษี) ในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนอีกด้วย

นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการประมาณกำไรสุทธิครึ่งปีขาดไปเกินกว่าร้อยละ 25 ของกำไรสุทธิจริง โดยไม่มีเหตุอันสมควร อาจจะทำให้ธุรกิจของเราต้องเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 ของเงินภาษีอีกด้วยครับ

 

Credit : www.krungsri.com


  • 0

รู้มั้ย ภาษีเงินปันผล ขอคืนได้ด้วยนะ

Category:Uncategorized Tags : 

ข้อควรรู้ในกรณีที่เราลงทุนในกิจการ (ลงทุนในหุ้น) และได้รับเงินปันผล คือ เราสามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลได้ หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เราสามารถขอภาษีเงินปันผลคืนได้นั่นเอง ซึ่งในบทความนี้จะมาเล่าให้ฟังว่า เครดิตภาษีเงินปันผลคืออะไร และเราจะขอคืนได้อย่างไร
เครดิตภาษีเงินปันผล เป็นสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นที่สามารถขอคืนภาษีจากกรมสรรพากรตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้เพื่อขจัดความซ้ำซ้อนในการจัดเก็บภาษีเงินได้ และให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี กล่าวคือ เมื่อผู้ถือหุ้นลงทุนในบริษัทจำกัด (ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์) และได้รับเงินปันผล เงินปันผลที่ได้จะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ 10%

โดยมากบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิ หรือกำไรสะสมของกิจการ นั่นหมายความว่า บริษัทต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลก่อน ส่วนที่เหลือจะเป็นกำไรสุทธิหลังหักภาษีแล้ว จึงมาจ่ายเป็นเงินปันผล ส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทต้องจ่ายภาษีถึง 2 ครั้ง (Double Tax) โดยครั้งแรก คือ ภาษีเงินได้นิติบุคคล และครั้งที่ 2 คือ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายของเงินปันผล หรือหากจะนำมารวมเป็นรายได้ของบุคคลธรรมดาตามมาตรา 40(4) ก็ต้องมาเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก ถือเป็นการเสียภาษีซ้ำซ้อน และไม่เกิดความเป็นธรรมต่อผู้เสียภาษี ดังนั้นนักลงทุนจึงสามารถขอเครดิตภาษีเงินปันผลคืนได้

Credit :  www.scb.co.th


  • 0

ภาษีขายของออนไลน์ที่ควรรู้

Category:Uncategorized Tags : 

รู้จักกับภาษีออนไลน์

การจ่ายภาษีคือหน้าที่ของประชาชนทุกคนทุกประเทศ ทว่าในปัจจุบันหลายคนยังเข้าใจว่าหากเราทำการขายของผ่านช่องทางออนไลน์เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องเสียภาษี ซึ่งคงต้องอธิบายชัดเจนตรงนี้เลยว่าอย่างไรก็ต้องเสียในรูปแบบของภาษีเงินได้

ภาษีของการขายของออนไลน์นับเป็นภาษีเงินได้จากการค้าขาย ซึ่งจะมีการแบ่งการคำนวณเป็นสองประเภท คือ

  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา : กรณีเป็นพ่อค้าแม่ค้าธรรมดา
  2. ภาษีเงินได้นิติบุคคล : กรณีที่ร้านค้านั้นๆ มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท

โดยการคิดอัตราภาษีนั้นก็ไม่ได้แตกต่างกับการจ่ายภาษีตามปกติ คือคิดตามอัตราขั้นบันไดตามกฏหมายกำหนด และมีค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักภาษีได้ดังนี้

  1. หักค่าใช้จ่ายตามอัตรา 60% ของเงินได้ สำหรับร้านที่ดำเนินการแบบซื้อมา ขายไป ไม่มีการผลิตภายในร้าน
  2. หักตามค่าใช้จ่ายจริง สำหรับบ้านที่มีการผลิตภายในร้าน
  3. หักแบบเหมา กรณีที่มีรายได้จากช่องทางออนไลน์เกิน 1,000,000 บาท โดยคิดภาษีเป็น 0.5% ของเงินได้

ซึ่งคนทั่วไปก็สามารถคิดภาษีด้วยตัวเองได้ หรือใช้โปรแกรมในการคำนวณได้ ด้วยสูตร (รายได้ – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน) และแน่นอนว่าหากรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็มีโอกาสที่จะไม่ต้องเสียภาษีเช่นกัน

ข้อควรรู้ของภาษีออนไลน์

ทางสรรพากรจะรู้ได้อย่างไรว่ามีการขายของออนไลน์เกิดขึ้น ในปัจจุบันมีกฎหมายออกมารองรับทำให้ทางสถาบันการเงินต้องมีการส่งข้อมูลการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า (e-Payment) ให้กับทางสรรพากรตรวจสอบ แต่ไม่ได้ตรวจสอบทุกบัญชี ลองมาดูเงื่อนไขกันว่าสรรพากรจะตรวจสอบอย่างไร

  • เมื่อมีการฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชี 3,000 ครั้งต่อปีขึ้นไป ไม่ว่ายอดรวมทั้งหมดจะกี่บาทก็ตาม
  • ฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกัน 400 ครั้งขึ้นไป และมียอดเงินรวมกันเกิน 2 ล้านบาท

ในส่วนนี้ขอขยายความว่า หากเป็นผู้ชื่นชอบในการซื้อของออนไลน์ การโอน ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ สิ่งสำคัญที่ทางสรรพากรสนใจคือ การรับโอน ต่างหาก ดังนั้นบรรดาขาช็อปทั้งหลายสามารถสบายใจกับกฎหมายนี้ได้

ข้อมูลที่กรมสรรพากรจะได้

  • เลขประจำตัวประชาชน
  • ชื่อ สกุล
  • เลขบัญชีเงินฝาก
  • จำนวนครั้งของการฝากหรือโอน
  • ยอดรวมจากการฝากหรือโอน

ซึ่งสรรพากรจะไม่เพียงตรวจสอบผู้ที่เป็นร้านค้าเท่านั้น แต่รวมไปถึงผู้ที่มีการโอนเงินมากผิดปกติจนน่าสงสัยอีกด้วย

Credit : www.ngerntidlor.com


  • 0

ภาษีการให้เช่าทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับระบบบัญชี

Category:Uncategorized Tags : 

การเช่าทรัพย์สินกรณีผู้ให้เช่าและผู้เช่าอยู่ในประเทศไทย จะมีหน้าที่ทางภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร สรุปได้ดังนี้
– ผู้ให้เช่าทรัพย์สิน
– ภาษีเงินได้ การให้เช่าทรัพย์สินทั้งประเภทสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ ผู้ให้เช่าที่เป็น
บุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญ หรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล ผู้ถึงแก่ความตายระหว่างปี
ภาษีและกองมรดกที่ยังมิได้แบ่ง ต้องนำค่าเช่าทรัพย์สิน ภาษี หรือค่าธรรมเนียมอื่นใดที่ได้รับ
จากผู้เช่ามารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา กรณีผู้ให้เช่าทรัพย์สินเป็นบริษัท
หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ต้องนำมาเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
– ภาษีมูลค่าเพิ่ม การให้เช่าทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์ เช่นรถยนต์ เครื่องจักร เครื่องมือ
เครื่องใช้ เป็นต้น เป็นกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องนำค่าเช่าทรัพย์สินหรือ
ประโยชน์อื่นใดที่ได้รับมาเสียภาษีมูลค่าเพิ่มหากมีรายรับเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือต่อรอบ
ระยะเวลาบัญชี ไม่ว่าผู้ให้เช่าทรัพย์สินจะประกอบการในรูปของบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วน
สามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น สำหรับ
การให้เช่าทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ ประเภทบ้าน อาคาร ที่ดินสิ่งปลูกสร้าง ไม่อยู่ใน
บังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม
– อากรแสตมป์ การทำสัญญาให้เช่าทรัพย์สินประเภทที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นหรือ
แพ ผู้ให้เช่าทรัพย์สินต้องชำระอากรแสตมป์ตามวงเงินมูลค่าของสัญญาเช่า โดยชำระอากร
แสตมป์อัตราร้อยละ 1 ทุกจำนวนเงิน 1,000 บาท หรือเศษของเงิน 1,000 บาทแห่งค่าเช่าหรือ
เงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่าง รวมกันตลอดอายุการเช่า ในทางปฏิบัติจริงผู้ให้เช่าทรัพย์สินอาจ
ตกลงให้ผู้เช่าทรัพย์สินเป็นผู้ชำระอากรแสตมป์ก็ได้ อย่างไรก็ตามการให้เช่าทรัพย์สินที่ใช้ใน
การทำนา ไร่ สวน ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์
– ผู้เช่าทรัพย์สินมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายค่าเช่าจากการเช่าทรัพย์สินที่มีวงเงิน
ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้น ผู้เช่าต้องหักภาษีณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 ของค่าเช่าทรัพย์สินหรือ
ประโยชน์อื่นใดที่จ่ายให้แก่ผู้ให้เช่า ไม่ว่าทรัพย์สินที่เช่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริม
ทรัพย์ ทั้งนี้ การหักภาษี ณ ที่จ่ายจะบังคับใช้กับผู้จ่ายเงินค่าเช่าที่เป็นบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน
นิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นเท่านั้นในส่วนของผู้รับค่าเช่าที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอาจเป็นบุคคล
ธรรมดาบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่นก็ได้ กรณีที่ผู้เช่าเป็นผู้จ่ายภาษีหรือค่า
ธรรมเนียมแทนผู้ให้เช่า ต้องนำภาษีหรือค่าธรรมเนียมที่จ่ายแทนรวมกับค่าเช่าทรัพย์สินเพื่อ
คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วย

การเช่าทรัพย์สิน ผู้ให้เช่า และผู้เช่าต่างก็มีหน้าที่ทางภาษีตามที่กล่าวมาข้างต้น  เมื่อจ่ายค่าเช่าจากการเช่าทรัพย์สินที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้น ผู้เช่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 ของค่าเช่าทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่จ่ายให้แก่ผู้ให้เช่า ไม่ว่าทรัพย์สินที่เช่าจะเป็นสังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์

Credit : www.smeone.info


  • 0

ซื้อ-ขายใบกำกับภาษีปลอม มีโทษหนัก ปรับจริง ติดคุกยาว

Category:Uncategorized Tags : 

การประกาศซื้อขายใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มดังกล่าว เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและมีความผิดตามกฎหมาย โดยทางอาญามีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 7 ปี และถูกปรับตั้งแต่ 2,000 บาท ถึง 200,000 บาท และรับโทษทางแพ่ง ต้องเสียเบี้ยปรับอีกสองเท่าของเงินภาษี และเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของจำนวนเงินภาษีอีกด้วย

“กรมสรรพากรได้ดำเนินคดีทางแพ่งและทางอาญากับผู้ประกอบการทั้งที่เป็นผู้ออกและผู้ใช้ใบกำกับภาษีโดยมิชอบด้วยกฎหมายมาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง โดยในปี    ที่ผ่านมาได้ดำเนินคดีทางแพ่งโดยมีการประเมินภาษีผู้ออกใบกำกับภาษีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีจำนวน 15 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 1.9 พันล้านบาท และประเมินภาษีผู้ใช้ใบกำกับภาษีโดยมิชอบด้วยกฎหมายจำนวน 408 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 4.1 พันล้านบาท รวมทั้งได้มีการดำเนินคดีอาญากรณีความผิดฐานออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิออกจำนวน 59 ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า 1.8 พันล้านบาท จึงขอแจ้งเตือนผู้ทำผิดกฎหมายทุกรายให้ยุติการกระทำในลักษณะดังกล่าว และปัจจุบันกรมสรรพากรได้นำระบบ Data Analytics มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ข้อมูล โดยเฉพาะฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) โดยจะติดตามตรวจสอบตลอดจนจับกุมผู้เสียภาษีที่เป็นผู้ออกและผู้ใช้ใบกำกับภาษีที่ไม่มีการซื้อขายสินค้าจริงมาลงโทษตามกฎหมาย และหากพบเห็น การกระทำใด ๆ ที่เป็นการหลีกเลี่ยงภาษี ขอให้แจ้งเบาะแสหรือข้อมูลต่าง ๆ ที่ www.rd.go.th > เมนู  “แจ้งเบาะแสข้อมูลแหล่งภาษี” เพื่อที่กรมสรรพากรจะได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้เสียภาษีทุกรายที่มีการปฏิบัติทางภาษีอย่างถูกต้องต่อไป”

ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ หรือศูนย์สารนิเทศสรรพากร (RD Intelligence Center)  โทร. 1161

Credit : www.rd.go.th


  • 0

มาตรการบัญชีชุดเดียวและการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SMEs

Category:Uncategorized Tags : 

โดยเนื้อหาตามพระราชกำหนดฯ และพระราชกฤษฎีกาฯ มีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้

  •  บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้ในรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดในหรือก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ไม่เกิน 500 ล้านบาท และจดแจ้งการจัดทำบัญชีและงบการเงินให้สอดคล้องกับสภาพ ที่แท้จริงของกิจการ (บัญชีชุดเดียว) ต่อกรมสรรพากร จะได้รับการยกเว้นจากการตรวจสอบภาษีอากรย้อนหลัง ทั้งนี้ กรมสรรพากรจะเปิดให้มีการจดแจ้งการใช้บัญชีชุดเดียวผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทางเว็บไซต์ของ กรมสรรพากร http://www.rd.go.th ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2559 ถึง 15 มีนาคม พ.ศ. 2559
  •  กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดอยู่ระหว่างถูกการตรวจสอบภาษีอากร เป็นผู้ออก ใบกำกับภาษีปลอม หลีกเลี่ยงภาษีอากร หรืออยู่ในระหว่าง
  • การดำเนินคดีก่อนวันที่ 1 มกราคม 2559 บริษัทฯ ยังคงสามารถจดแจ้งการใช้บัญชีชุดเดียวต่อกรมสรรพากรได้ โดยกรมสรรพากรจะดำเนินการเฉพาะกรณีนั้นๆ ต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ
  •  สำหรับกรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ต้องไม่มีรอบระยะเวลาบัญชีใดที่มีทุนช าระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 5 ล้านบาท และมี รายได้จากการขายสินค้าและการให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีเกิน 30 ล้านบาท และได้มีการจดแจ้งต่อ กรมสรรพากรในการใช้บัญชีชุดเดียว จะได้รับสิทธิประโยชน์ในการยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล 2 รอบระยะเวลาบัญชีดังนี้ – ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกำไรสุทธิในรอบระยะเวลาบัญชีปี2559 – ยกเว้นและลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล ในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2560 ดังนี้

(1) ส าหรับกำไรสุทธิส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล และ

(2) ลดอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล เหลือร้อยละ 10 ของก าไรสุทธิส าหรับก าไรสุทธิ ส่วนที่เกิน 300,000 บาท

  • กรณีที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข บริษัทหรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นจะถูกเพิกถอนจากการยกเว้นการตรวจสอบภาษีอากรย้อนหลัง และให้ถือว่าบริษัทฯ นั้น ไม่เคยได้รับสิทธิใดๆ ตามพระราชกำหนดฉบับนี้
  •  ให้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยดำเนินการเพื่อให้สถาบันการเงินที่อยู่ใน กำกับดูแล ใช้บัญชีและงบการเงินที่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแสดงต่อกรมสรรพากรในการยื่นรายการ ภาษีเงินได้ เป็นหลักฐานในการทำธุรกรรมทางการเงินและขออนุมัติสินเชื่อกับสถาบันการเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 เป็นต้นไป

e-Accounting

Credit : https://www.rd.go.th


  • 0

ข้อควรรู้ภาษีการรับมรดก

Category:Uncategorized Tags : 
ข้อควรรู้ภาษีการรับมรดก

1. ทำไมต้องมีการจัดเก็บภาษีการรับมรดก ?

ภาษีการรับมรดกช่วยสร้างความเป็นธรรมในสังคม โดยการลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ช่วยกระจายภาระภาษี หารายได้เข้ารัฐ และช่วยให้การใช้ทรัพยากรของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และโดยหลักการจะไม่กระทบต่อคนยากจน และคนที่มีฐานะปานกลาง

2. ภาษีกองมรดก กับ ภาษีการรับมรดก แตกต่างกันอย่างไร ?

“ภาษีกองมรดก” เป็นภาษีที่จัดเก็บจากกองมรดก ก่อนการแบ่งกองมรดกให้แก่ทายาท แต่ “ภาษีการรับมรดก” เป็นภาษีที่จัดเก็บจากผู้ที่ได้รับมรดก หลังการแบ่งมรดกให้แก่ทายาทตามจำนวนทรัพย์มรดกที่แต่ละคนได้รับ

3. ภาษีการรับมรดกเก็บจากใคร ?

ผู้ได้รับมรดก ที่เป็นบุคคลสัญชาติไทย ไม่ว่าเป็นบุคคลหรือนิติบุคคล คือทั้งตัวคนและบริษัท ห้างที่เป็นไทย หรือหากมิใช่สัญชาติไทยแต่ได้รับมรดกเป็นทรัพย์สินหรือมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จะถูกจัดว่าเป็นผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี

4. ภาษีการรับมรดกจัดเก็บในอัตราใด ?

ความรับผิดชอบในการเสียภาษีการรับมรดกเกิดขึ้นเมื่อผู้มีหน้าที่เสียภาษีแต่ละราย (เป็นลูก)ได้รับมรดกจากเจ้ามรดก (เช่น คุณพ่อเสียชีวิต) ไม่ว่าในคราวเดียวหรือหลายคราวรวมกันเกิน 100 ล้านบาท ให้เสียภาษีในส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทนั้น โดยจะเสียภาษีในอัตรา ดังนี้

  • ร้อยละ 5 ของมูลค่ามรดกในส่วนที่ต้องเสียภาษี สำหรับกรณีที่ผู้รับมรดกเป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดานของเจ้ามรดก (ผู้สืบสันดานนี้ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม)
  • ร้อยละ 10 ของมูลค่ามรดกในส่วนที่ต้องเสียภาษี สำหรับกรณีอื่นๆ เช่น ผู้รับพินัยกรรม เป็นต้น
  • ร้อยละ 0 หรือไม่ต้องเสียภาษีการรับมรดก สำหรับคู่สมรส หรือกรณีที่ยกให้เพื่อประโยชน์ในกิจการศาสนา กิจการศึกษา กิจการสาธารณประโยชน์ หรือหน่วยงานรัฐ หรือองค์กรระหว่างประเทศที่ทำเรื่องเหล่านี้ (ได้รับยกเว้น)

5. ทรัพย์มรดกประเภทใด ที่จะต้องเสียภาษีการรับมรดก ?

มรดกที่ต้องเสียภาษี มีทรัพย์สินทั้งหมด 5 ประเภท คือ

  • อสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดิน สิ่งปลูกสร้างทั้งหลาย
  • หลักทรัพย์ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ เช่น หุ้น หุ้นกู้ หน่วยลงทุน ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ต่างๆ
  • เงินฝาก หรือเงินอื่นใดที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน
  • ยานพาหนะ ที่มีหลักฐานทางทะเบียน ได้แก่ รถ เรือ มอเตอร์ไซค์
  • ทรัพย์สินทางการเงินที่กำหนดเพิ่มขึ้นตามกฎหมายในอนาคต (ถ้ามี)
6. ราคาของทรัพย์มรดกจะใช้ราคาใด ?

การคำนวณมูลค่าของทรัพย์มรดก เวลาจะพิจารณาว่าถึง 100 ล้านบาทหรือไม่

  •  อสังหาริมทรัพย์ ใช้ราคาประเมินของกรมที่ดิน
  •  หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ ให้ใช้ราคาปิด ณ สิ้นวัน ในวันที่ได้รับมรดก
  •  ทรัพย์สินอื่นให้เป็นไปตามกฎกระทรวงจะประกาศกำหนด
  • ถ้าต้องคำนวณเป็นเงินตราต่างประเทศ จะเป็นไปตามที่กรมสรรพากร ประกาศกำหนด
7. ผู้ที่ได้รับมรดกจะต้องเสียภาษีการรับมรดกเมื่อใด
ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกต้องยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีภายใน 150 วัน นับแต่วันได้รับมรดก ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่ เจ้าพนักงานจะดำเนินการประเมินภาษี เพื่อดูว่าจะต้องเสียเท่าไหร่ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี แต่หากมีเหตุจำเป็นและสมควร อาจจะเพิ่มเวลาได้ แต่ไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีการรับมรดกมีสิทธิ์ขอผ่อนชำระภาษีการรับมรดกได้เป็นเวลาไม่เกิน 5 ปี
8. จะเริ่มมีการจัดเก็บภาษีการรับมรดกเมื่อใด ?
เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2559 (โดยทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา)
9. จะเกิดอะไรขึ้นหากเสียภาษีการรับมรดกไม่ครบถ้วน หรือไม่ยื่นแบบเสียภาษีการรับมรดก ?
  • เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินภาษี (1-3 ปี กรณียื่นแบบและ 10 ปี กรณีไม่ยื่นแบบ) และเรียกเก็บภาษีให้ครบถ้วน พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
  • หากไม่เสียภาษีตามกำหนด อธิบดีกรมสรรพากรมีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดทรัพย์มรดกโดยไม่ต้องขอศาล
10. การหลีกเลี่ยงภาษีการรับมรดกจะมีโทษหรือไม่ อย่างไร ?
การหลีกเลี่ยงภาษีการรับมรดก (เช่น จงใจยื่นข้อความเท็จ ใช้อุบายหลีกเลี่ยงภาษี) ถือเป็นความผิดอาญา จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวรวมถึงผู้แนะนำหรือสนับสนุนให้บุคคลอื่นกระทำการเช่นว่านั้นด้วย
Credit : www.checkraka.com

  • 0

ความแตกต่างระหว่างบัญชีบริหารและบัญชีการเงิน

Category:Uncategorized Tags : 

การบัญชีการเงิน คือ การบัญชีที่เกี่ยวกับการจัดเก็บรวบรวม จำแนก และรายงานข้อมูลทางการเงินของกิจการที่เกิดขึ้นในอดีตให้กับบุคคลภายนอกที่ต้องการข้อมูลทางการเงิน
การบัญชีการบริหาร จะมีหลักการเกี่ยวกับการให้ข้อมูลทางการเงินแก่ผู้บริหารภายในกิจการใช้ในการวางแผน ควบคุม และการตัดสินใจในการดำเนินกิจการต่าง ๆ ของกิจการ
ความแตกต่างระหว่างการบัญชีการเงินและการบัญชีบริหาร
บัญชีการเงิน
1. เสนอข้อมูลแก่บุคคลภายนอก
2. จัดทำภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย
3. จัดทำขึ้นตามหลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป
4. ข้อมูลจะถูกเสนอตามเวลาที่ผู้บริหารเกิดความต้องการ
5. เป็นข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต
6. เสนอข้อมูลในภาพรวมของกิจการ
7. เสนอข้อมูลที่เกี่ยวกับรายการดำเนินงาน
8. ข้อมูลจะถูกเสนอตามรอบบัญชี
บัญชีบริหาร
1. เสนอข้อมูลแก่ผู้บริหาร
2. ไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับทางกฎหมาย
3. ยืดหยุ่นตามประเด็นของปัญหาการตัดสินใจ
4. เน้นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ
5. เน้นข้อมูลที่เกิดขึ้นในอดีต
6. เน้นเสนอข้อมูลของกิจการโดยเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของกิจการ
7. เสนอข้อมูลทั้งทางด้านเชิงคุณภาพและข้อมูลจากปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจ
8. ข้อมูลจะเสนอตามเวลาที่ผู้บริหารเกิดความต้องการ

e-Accounting

 

Credit : www.med.swu.ac.th


  • 0

ระวัง!! ขอเงินภาษีคืน เสี่ยงเข้าข่ายฟอกเงิน

Category:Uncategorized Tags : 

ราชกิจจานุเบกษาฉบับที่ 45  ประกาศออกมาเป็นเรื่องเกี่ยวกับการขอเงินภาษีมีใจความหลักๆว่า สำหรับคนที่มีการหลีกเลี่ยงภาษีอากรหรือการฉ้อโกงภาษีอากรเกิน  10 ล้านบาทต่อปีภาษีขึ้นไป หรือมีการขอภาษีคืนเกินกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปีภาษี และการขอภาษีคืนนั้นไม่เป็นความจริงหรือจงใจเลี่ยงภาษี ให้มีความผิดฐานฟอกเงิน !

หากคุณถูกตรวจพบว่า การยื่นขอเงินคืนภาษีของคุณไม่เป็นความจริงจะมีบทลงโทษได้แก่ โทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน – 7 ปี และมีค่าปรับตั้งแต่ 2,000 – 200,000 บาท (ไม่รวมเบี้ยปรับเดือนละ 1.5% ที่ต้องชำระเพิ่มเติม)

การที่ออกกฎหมายนี้ออกมาก็น่าจะเป็นการป้องกันกลุ่มคนที่จ่ายภาษีไม่ตรงตามกฎหมาย เช่น ออกใบกำกับภาษีปลอม พยายามเลี่ยงภาษีมูลค่า (VAT) หรือออกบิลรายจ่ายที่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้ไม่ตามความเป็นจริง

หากดูจากเจตนากฎหมายฉบับนี้ น่าจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่มนิติบุคคล (จดทะเบียนในรูปบริษัท) มากกว่า เพราะถ้ารายได้บุคคลสูงขนาดเสียภาษี 10 ล้านบาทส่วนใหญ่ก็น่าจะรับรายได้ในรูปนิติบุคคลมากกว่ารับในรูปบุคคลธรรมดา เพราะฐานภาษีสูงสุดที่เสียของบุคคลธรรมดาอยู่ที่ 35% ต่อปี เมื่อเทียบกับนิติบุคคลที่ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 20% ต่อปี

Credit : www.rabbitfinance.com